“อพอลโล” ตอกย้ำผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาด เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบสนองนวัตกรรมแห่งอนาคต

ADVERTISEMENT

อพอลโล ตอกย้ำผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่นเดินหน้ารุกตลาด เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบสนองนวัตกรรมแห่งอนาคต

บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ฉลองความสำเร็จ ในโอกาสครบรอบ 48 ปี จัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ ลุ้นโชคชิงตั๋วร่วมลุ้นฟุตบอลคู่บิ๊กแมตช์ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะตลาดบิ๊กไบค์ และรถยนต์เครื่องดีเซล-เบนซิน โชว์นวัตกรรมแห่งอนาคต “ประหยัดพลังงาน-ถนอมเครื่องยนต์-ป้องกันการสึกหรอ” ตอบสนองตลาดน้ำมันเครื่องที่คาดการณ์จะขยายตัว โตกว่า 85,000 ล้านบาทในปี 2560

ดร.จักรกริช วหาวิศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันอพอลโล ประเทศไทย จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น ภายใต้ชื่อ IDEMITSU” และ DAPHNE” ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และในประเทศไทย มายาวนานกว่า 48 ปี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดน้ำมันเครื่องในประเทศไทยในปัจจุบัน มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ส่งผลให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่มีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับประเทศไทยก่อนหน้านี้มีการเปิดเสรีทางการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  มาตรการหักลดหย่อนภาษีจากการลงทุนซื้อรถ การพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รวมทั้งการส่งเสริมและผลักดันนโยบายจากรัฐบาลผ่านเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ส่งผลให้การแข่งขันและการเติบโตของตลาดน้ำมันหล่อลื่นในประเทศไทยได้รับอานิสงส์ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ ความต้องการน้ำมันเครื่องในประเทศไทย โดยรวมจะอยู่ที่ 720 ล้านลิตร หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 85,000 ล้านบาท

จากความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือนวัตกรรมต่างๆ โดยการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง  ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ผ่านการทดสอบและกระบวนการทำวิจัยกับบริษัทค่ายรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

–        IDEMITSU NANO PRO 4T SYN MA2 10W-40 สุดยอดนวัตกรรมน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ผลิตจากสารสังเคราะห์ชนิดพิเศษ PAO Plus Ester ลดการเกิดครัทช์เลื่อนให้ทุกจังหวะการขับขี่ ช่วยให้การเข้าเกียร์ที่กระชับ แม่นยำและนุ่มนวล เหมาะกับรถจักยานยนต์รุ่นใหม่และรถบิ๊กไบค์ (Big Bike) ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

–        IDEMITSU EXTREME PRO SN/GF-5 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% เกรดพรีเมี่ยม เทคโนโลยีเฉพาะจาก IDEMITSU KOSAN จากประเทศญี่ปุ่น เหมาะกับเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูงทุกประเภท เช่น รถยนต์ Hybrid รถยนต์ ECO Car

–        IDEMITSU DURA PRO SYN ACEA A1/B1-12 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เกรดมาตรฐาน คุณภาพจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ในทวีปยุโรป ผลิตจากน้ำมันเครื่องพื้นฐานสังเคราะห์ (VHVI) ผ่านกระบวนการ Hydroprocessing เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จอินเตอร์คูลเลอร์ และรถยนต์ดีเซลที่ใช้งานทั่วไป

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันอุตสาหกรรมในอนาคต บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้น้ำมันหล่อลื่นในแต่ละกระบวนการผลิต บริษัทฯ ยังมุ่งสู่การใช้วัตถุดิบสังเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบ Fully Synthetic Base Oil, Group 4, Group 5 (PAO, Easter, Biodegradable, PVE Oil) ควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่ลูกค้า และการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำสู่การแข่งขันด้านการผลิตในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมแผนการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ ขยายฐานการรับรู้สู่กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น ตลอดจนกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจัดแผนสนับสนุนการขาย กิจกรรมส่งเสริมการตลาดอื่นๆ อีกมากมาย และในโอกาสที่ปี 2560 นี้ บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 48 ปี จึงได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันครบรอบในวันที่13 พ.ค.นี้ ภายใต้ธีมงานสุดยิ่งใหญ่ Apollo 48th presents “The Journey of Dream” พร้อมคืนกำไรให้กับลูกค้าทุกท่าน ผ่านแคมเปญ IDEMITSU ลุ้นทอง ชิงบิ๊กไบค์ เชียร์สะใจ ศึกพรีเมียร์ลีก” โดยลูกค้าสามารถร่วมสนุกด้วยการส่งฝาผลิตภัณฑ์ชิงโชค ร่วมลุ้นชิงรางวัล ทองคำ รถบิ๊กไบค์ และรางวัลสุดยิ่งใหญ่ บัตรชมฟุตบอลคู่บิ๊กแมตช์ที่ประเทศอังกฤษ โดยจะมีการจับฉลากสมนาคุณให้กับลูกค้าทุกเดือน ตลอดระยะเวลา 5 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. นี้เป็นต้นไป

 

“จากแนวโน้มความต้องการของลูกค้าและบริษัทค่ายรถยนต์ต่างๆในปัจจุบัน ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องที่ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นในปริมาณที่น้อยลง พร้อมคุณสมบัติถนอมเครื่องยนต์ และป้องกันการสึกหรออย่างดีเยี่ยม ทำให้บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ทำการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน จนมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องมีคุณภาพสูง ตรงความต้องการ เหมาะกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งจากแนวทางในการดำเนินธุรกิจตามที่กล่าวมานั้น  ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าในปี 2560 นี้ จะสามารถดำเนินธุรกิจ มียอดขายเติบโตกว่า16% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,800 ล้านบาท”  ดร.จักรกริช กล่าวในท้ายที่สุด

แชร์ต่อให้เพื่อน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •